ข้อมูลแต่ละจังหวัด

 

จังหวัดลำพูน

ภาพโดยคุณ Nutthapong moonkum : Boss_mc-50@hotmail.com


     จังหวัดลำพูน เดิมชื่อเมืองหริภุญไชย เป็นเมืองโบราณ มีอายุประมาณ 1,343 ปี ตามพงศาวดารโยนกเล่าสืบต่อกันถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย โดยฤๅษีวาสุเทพ เป็นผู้เกณฑ์พวกเม็งคบุตร หรือ ชนเชื้อชาติมอญมาสร้างเมืองนี้ขึ้น ในพื้นที่ระหว่างแม่น้ำสองสาย คือ แม่น้ำกวง และแม่น้ำปิง เมื่อมาสร้างเสร็จได้ส่งทูตไปเชิญ ราชธิดากษัตริย์เมืองละโว้พระนาม “จามเทวี” มาเป็นปฐมกษัตริย์ปกครองเมืองหริภุญไชย สืบราชวงศ์กษัตริย์ ต่อมาหลายพระองค์ จนกระทั่งถึงสมัยพระยายีบา จึงได้เสียการปกครองให้แก่ พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้รวบรวม แว่นแคว้นทางเหนือเข้าเป็นอาณาจักรล้านนา เมืองลำพูน ถึงแม้ว่า จะตกอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรล้านนา แต่ก็ได้เป็นผู้ถ่ายทอดมรดกทางศิลปะ และวัฒนธรรมให้แก่ผู้ที่เข้ามาปกครอง ดังปรากฏหลักฐานทั่วไปในเวียงกุมกาม เชียงใหม่และเชียงราย เมืองลำพูนจึงยังคงความสำคัญในทางศิลปะ และวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนา จนกระทั่งสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมืองลำพูนจึงได้เข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย มีผู้ครองนครสืบต่อกันมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 เมื่อเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย คือ พลตรีเจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ ถึงแก่พิราลัย เมืองลำพูนจึงเปลี่ยนเป็นจังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปกครอง สืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน


     ที่ตั้งและอาณาเขต

     ลำพูนเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคภาคเหนือของประเทศไทย ระหว่างละติจูดที่ 17 องศา 29 ลิปดาเหนือ ถึง 18 องศา 13 ลิปดาเหนือ และลองจิจูดที่ 98 องศา 39 ลิปดาตะวันออก ห่างจากกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 เป็นระยะทาง 689 กิโลเมตร หรือตามทางหลวงแผ่นดินสายพหลโยธิน เป็นระยะทาง 724 กิโลเมตร และตามทางรถไฟ 729 กิโลเมตร และตั้งอยู่ห่างจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเจริญของภาคเหนือตอนบน และกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลาง ของกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เป็นระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร

     จังหวัดลำพูนมีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดเชียงใหม่ ตาก และลำปางโดยมีรายละเอียดดังนี้

     ทิศเหนือ    ติดต่อกับอำเภอสารภี และอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่
     ทิศใต้    ติดต่อกับอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง และอำเภอสามเงา จังหวัดตาก
     ทิศตะวันออก   ติดต่อกับอำเภอห้างฉัตร อำเภอสบปราบ และอำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง
     ทิศตะวันตก  ติดต่อกับอำเภอฮอด อำเภอหางดง และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

     จากการคำนวณของกรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด จังหวัดลำพูนมีพื้นที่ 4,505.882 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือตอนบน (กลุ่มจังหวัดล้านนา 8 จังหวัด) พบว่าจังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่มีขนาดพื้นที่เล็กที่สุด ครอบคลุมพื้นที่เพียงร้อยละ 5.24 ของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน และมีขนาดเล็กกว่าจังหวัดเชียงใหม่ 4.46 เท่า
จังหวัดลำพูนมีรูปร่างเป็นแถบยาวจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ ขนานไปกับแนวขอบเขตจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำปาง มีความยาวจากเหนือจดใต้ประมาณ 136 กิโลเมตร และมีความกว้างของบริเวณที่กว้างที่สุดประมาณ 43 กิโลเมตร


     ลักษณะภูมิประเทศ

     โดยทั่วไปเป็นที่ราบ หุบเขาและพื้นที่ภูเขา ที่ราบอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ราบเชียงใหม่ – ลำพูน หรือที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง แม่น้ำกวง แม่น้ำลี้ และแม่น้ำทา โดยเป็นที่ราบลุ่มที่กว้างใหญ่เป็นที่ตั้งของอำเภอเมืองลำพูน อำเภอป่าซาง อำเภอบ้านธิ อำเภอเวียงหนองล่อง และตอนเหนือของอำเภอบ้านโฮ่ง มีระดับความสูงเฉลี่ย 200 – 400 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่จังหวัดลำพูนมีความสูงขึ้นในตอนกลาง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่อำเภอแม่ทา ตอนใต้ของอำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอทุ่งหัวช้าง และอำเภอลี้

     ด้านใต้ของจังหวัดลำพูนมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและภูเขาสูง มีระดับความสูงระหว่าง 400 – 800 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นส่วนใหญ่ บริเวณเขตที่ราบในอำเภอลี้แล้วค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้นมาทางทิศใต้ ซึ่งเป็นแนวเขตภูเขามีความชันสูงซึ่งเป็นเขตติดต่อกับจังหวัดลำปาง และจังหวัดตาก


     การคมนาคม

     1.  ทางถนน จังหวัดลำพูนมีระบบคมนาคมขนส่งเชื่อมโยง ตั้งแต่ระดับภูมิภาคระดับจังหวัด และภายในท้องถิ่น ดังนี้
เส้นทางคมนาคมระหว่างภูมิภาค ติดต่อกับกรุงเทพมหานครโดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ผ่านจังหวัดลำปาง ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง อยุธยา และเชื่อมต่อกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 เข้าสู่จังหวัดปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร รวมระยะทางประมาณ 689 กิโลเมตร

     เส้นทางคมนาคมระหว่างจังหวัด

     1)  ติดต่อกับจังหวัดเชียงใหม่ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร (ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ลำปาง – เชียงใหม่) และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ระยะทางประมาณ 26 กิโลเมตร

     2)  ติดต่อกับจังหวัดลำปาง โดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร และจากจังหวัดลำปางสามารถติดต่อกับจังหวัดพะเยา และเชียงราย โดยอาศัยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1

     3)  ติดต่อกับจังหวัดเชียงราย โดยเดินทางจากจังหวัดลำพูนเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1019 ระยะทางประมาณ 210 กิโลเมตร

     4)  ติดต่อกับจังหวัดแพร่และน่าน โดยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ผ่านจังหวัดลำปาง ถึงอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ และเลี้ยวเข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 สู่จังหวัดแพร่และน่าน

     เส้นทางคมนาคมระหว่างอำเภอเมืองลำพูนกับอำเภออื่นๆ

     1)  จากอำเภอเมืองลำพูนไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ลงสู่ทิศใต้ประมาณ 11 กิโลเมตร ถึงอำเภอป่าซาง และจากอำเภอป่าซางไปอีกประมาณ 29 กิโลเมตร ถึงอำเภอบ้านโฮ่ง และจากอำเภอบ้านโฮ่งไปอีกประมาณ 40 กิโลเมตร จะมีทางแยกที่บ้านห้วยศาลาเข้าสู่อำเภอทุ่งหัวช้าง และหากเดินทางต่อเนื่องไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 อีกประมาณ 20 กิโลเมตร จะถึงอำเภอลี้ ซึ่งสามารถติดต่อกับอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร

     2)  จากอำเภอเมืองลำพูนไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ลงไปทางทิศใต้ ประมาณ 25 กิโลเมตร ถึงอำเภอแม่ทา และหากขึ้นไปทางทิศเหนือโดยใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1147 ประมาณ 26 กิโลเมตร ถึงอำเภอบ้านธิ

     3)  จากอำเภอเมืองลำพูนไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ลงสู่ทิศใต้ผ่านอำเภอป่าซาง ถึงแยกสันห้างเสือ เข้าสู่ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1031 ถึงอำเภอเวียงหนองล่องรวมระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร

     ถนนหรือเส้นทางในจังหวัดลำพูน

ถนนหรือเส้นทางในจังหวัดลำพูน


     ระบบโดยสารสาธารณะ มีรถโดยสารสาธารณะให้บริการเชื่อมโยงจังหวัดลำพูนและจังหวัดอื่นๆ และระหว่างอำเภอต่างๆ ภายในจังหวัด มีสถานีขนส่งจังหวัดลำพูนตั้งอยู่ในตัวเมืองลำพูน และมีคิวรถระหว่างอำเภออยู่ในเขตคูเมืองโบราณ บริเวณใกล้ตลาดสด แต่เนื่องจากสถานีขนส่งจังหวัดลำพูน ตั้งอยู่ห่างจากเส้นทางสายหลักคือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ทำให้รถโดยสารสาธารณะปรับอากาศ (รถทัวร์) ไม่เข้าไปจอดที่สถานีขนส่งดังกล่าว แต่จะจอดรับส่งผู้โดยสารบริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 ที่บริเวณแยกดอยติ ซึ่งบางครั้งทำให้กีดขวางการจราจร จากจังหวัดลำพูนมีรถโดยสารประจำทาง (รถบัสขนาดเล็ก) ให้บริการเชื่อมต่อกับจังหวัดเชียงใหม่ บนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ซึ่งเป็นถนนที่แคบและมีปริมาณจราจรค่อนข้างมาก ดังนั้นเมื่อรถประจำทางจอดรับส่งผู้โดยสาร จะก่อให้เกิดปัญหาการจราจร
บนเส้นทางถนนสายหลักที่เชื่อมโยงกับอำเภอและเทศบาลต่างๆ ในจังหวัดลำพูน จะมีรถโดยสารสาธารณะ ในรูปแบบรถสองแถวเล็กให้บริการ เทศบาลส่วนใหญ่จะไม่มีสถานีรถโดยสาร ทำให้ทั้งรถโดยสารสาธารณะที่ให้บริการระหว่างจังหวัด และภายในจังหวัดใช้พื้นที่ถนนใกล้ย่านการค้า หรือตลาดสดเป็นที่จอดรับส่งผู้โดยสาร มีส่วนทำให้เกิดปัญหาการจราจร

     2.  ทางรถไฟ จังหวัดลำพูนมีทางรถไฟสายเหนือ (กรุงเทพฯ – เชียงใหม่) ที่เดินทางขึ้น – ล่อง ผ่านสถานีรถไฟต่างๆ ในจังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นขบวนรถสินค้าทั้งหมด 6 ขบวน และขบวนรถไฟโดยสาร 16 ขบวน โดยมีระยะทางที่ผ่านจังหวัดลำพูนมีความยาว 68 กิโลเมตร สถานีรถไฟของจังหวัดลำพูนมี 6 สถานี ประกอบด้วย สถานีรถไฟป่าเส้า สถานีรถไฟลำพูน สถานีรถไฟหนองหล่ม สถานีรถไฟศาลาแม่ทา สถานีรถไฟทาชมพู สถานีรถไฟขุนตาน

     3.  ทางน้ำ ถึงแม้ว่าจังหวัดลำพูนจะมีลำน้ำสำคัญหลายสาย โดยเฉพาะแม่น้ำปิง จากเอกสารทางประวัติศาสตร์ได้ระบุว่า การคมนาคมทางน้ำมีความสำคัญตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวี เป็นเส้นทางที่พระนางจามเทวีใช้เดินทาง จากเมืองละโว้มายังเมืองหริภุญไชย ซึ่งต่อมาก็ได้ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งหลักระหว่างกรุงเทพฯ ผ่านลำพูนไปถึงเชียงใหม่ ทำให้การคมนาคมขนส่งทางน้ำลดลงเรื่อยๆ จนเมื่อมีการสร้างฝายในลำน้ำเพื่อการชลประทาน ซึ่งเป็นการกีดขวางการคมนาคมทางน้ำ จึงทำให้ในปัจจุบันไม่มีการคมนาคมขนส่งทางน้ำในจังหวัดลำพูน แต่มีเรือขนาดใหญ่ให้บริการนักท่องเที่ยวในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล (ทะเลสาบแม่ปิง) ที่นำนักท่องเที่ยวมาส่งท่าเรือที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง

     4.  ทางอากาศ ในจังหวัดลำพูนมีสนามบินของเอกชนจำนวน 1 แห่ง ใช้รองรับการขึ้นลงของเครื่องบินเล็กได้ และมีสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ที่ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองลำพูนประมาณ 30 กิโลเมตร จากสนามบินนานาชาติเชียงใหม่มีเที่ยวบินเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ จังหวัดสำคัญต่างๆ และต่างประเทศ


     ลักษณะทางเศรษฐกิจ

     ผลิตภัณฑ์มวลรวม / รายได้ประชากร จังหวัดลำพูนมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม ณ ราคาตลาด 29,954 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 8.53 ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์ฯ สูงสุด คือ สาขาอุตสาหกรรม 16,330 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 54.51 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม ทั้งนี้ เนื่องจากลำพูนเป็น ที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ และสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ของเอกชน รองลงมา ได้แก่ สาขาเกษตรกรรม คิดเป็นมูลค่า 2,956 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.86 และสาขาที่มีมูลค่าสูงในลำดับที่ 3 ได้แก่ สาขาค้าส่งและค้าปลีก คิดเป็นมูลค่า 2,759 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.21

     สำหรับทิศทางแนวโน้มของผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดลำพูน จะพบว่า ภาคที่มีอัตราการขยายตัวสูงในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ ภาคการไฟฟ้าและประปา ที่มีอัตราขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 14.27 ต่อปี รองลงมา ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม เฉลี่ยร้อยละ 8.76 ต่อปี และภาคบริหารราชการและป้องกันประเทศเฉลี่ยร้อยละ 5.36 ต่อปี ในขณะที่ภาคเกษตรกรรมกลับลดลง เฉลี่ยร้อยละ 3.58 ต่อปี ภาคเหมืองแร่และย่อยหินลดลง เฉลี่ยร้อยละ 4.14 ต่อปี ภาคเกษตรกรรมกลับลดลงเฉลี่ยร้อยละ 3.58 ต่อปี และภาคการธนาคาร ประกันภัยและอสังหาริมทรัพย์ลดลงร้อยละ 3.45 ต่อปี ตามลำดับ

     รายได้ของประชากรจังหวัดลำพูน มีรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี จำนวน 68,859 บาท สูงสุดเป็นอันดับที่ 1 ของภาคเหนือ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 8.28 ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดปรับตัวสูงขึ้น และจำนวนประชากรคงที่

     สินค้าเกษตร ผลผลิตทางการเกษตรของจังหวัดลำพูนที่สำคัญคือ ลำไย ซึ่งมีแหล่งผลิตที่สำคัญได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอป่าซาง กิ่งอำเภอเวียงหนองล่อง และอำเภอบ้านโฮ่ง นอกจากนี้ยังมีผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญอื่นๆ อีก เช่น กระเทียม แหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ อำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอลี้ หอมแดง แหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอป่าซาง และอำเภอลี้ พืชผัก แหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอป่าซาง โดยลำพูน นับเป็นแหล่งผลิตพืชผักที่สำคัญของภาคเหนือ ผลผลิตส่วนหนึ่งจะป้อนเป็นวัตถุดิบแก่โรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป และ ส่วนหนึ่งจะถูกส่งไปจำหน่ายในจังหวัดตามภาคต่าง ๆ

     สินค้าหัตถกรม ส่วนมากประชาชนในจังหวัดลำพูน จะทำงานหัตถกรรมเพื่อสร้างเป็นรายได้เสริม หลังจากเสร็จสิ้นงานเกษตรกรรม สินค้าหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงได้แก่
ผ้าฝ้ายทอมือ นิยมทำกันทุกอำเภอเป็นอาชีพเสริม แต่ที่มีชื่อเสียงมากคือ อำเภอป่าซาง โดยเฉพาะที่บ้านหนองเงือก หมู่ที่ 5 ตำบลแม่แรง ผ้าฝ้ายทอมือของจังหวัดลำพูนทำกันในหลายรูปลักษณะ ทั้งผ้าผืนสำหรับนำไปตัดเย็บผ้าซิ่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน เช่น ผ้าปูโต๊ะ ที่รองแก้ว-จาน ฯลฯ ในด้านการจำหน่ายผ้าทอและผลิตภัณฑ์นั้น โดยทั่วไปอาศัยตลาดใหญ่เป็นหลักคือ กรุงเทพฯ และเชียงใหม่

     ผ้าไหมยกดอก โรงงานผลิตผ้าไหมยกดอกที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลำพูน คือ โรงงานเพ็ญศิริไหมไทยซึ่งได้มีการปรับปรุงแบบด้านลวดลาย สีสัน โดยอาศัยลายผ้าในสมัยโบราณประยุกต์ปรับปรุงประกอบกับฝีมือที่ประณีต ทำให้ผ้าไหมยกดอกของลำพูน มีเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วไป
ไม้แกะสลัก แหล่งผลิตที่สำคัญอยู่ในเขตอำเภอแม่ทา มีการแกะสลักไม้จามจุรีเป็นรูปคน สัตว์ เครื่องใช้และเครื่องประดับภายในบ้าน เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
เซรามิกส์ ถึงแม้ว่าจะมีโรงงานผลิตเพียงไม่กี่โรง แต่ก็สามารถสร้างมูลค่าในการจำหน่ายให้กับจังหวัดลำพูน โดยมีการส่งออกไปจำหน่ายทั้งภายใน และต่างประเทศมูลค่าปีละหลายล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของเครื่องใช้ และเครื่องตกแต่งบ้านในลักษณะการเลียนแบบของโบราณ ซึ่งเป็นที่นิยมของชาวต่างประเทศ

     สินค้าอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่ ได้แก่ สินค้าที่ผลิตจากโรงงาน ในเขตนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ และสวนอุตสาหกรรมบริษัทเครือสหพัฒน์ อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้แก่ ชิ้นส่วนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อาหารและเครื่องดื่ม การแปรรูปพืชผลทางการเกษตร อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องหนัง เสื้อผ้าสำเร็จรูป ฯลฯ  
การปศุสัตว์ การเลี้ยงสัตว์ของจังหวัดลำพูน มีการประกอบธุรกิจฟาร์มเลี้ยงสัตว์มากขึ้น สัตว์ที่สำคัญมี ดังนี้
โคเนื้อ เลี้ยงมากที่อำเภอเมืองลำพูน อำเภอบ้านโฮ่ง และอำเภอลี้ พันธุ์โคส่วนใหญ่เป็นพันธุ์โคพื้นเมือง และลูกโคผสมพันธุ์บราห์มัน

     โคนม ส่วนใหญ่จะเลี้ยงกันมากในอำเภอบ้านธิ แม่ทา และบ้านโฮ่ง สามารถผลิตน้ำนมดิบได้วันละ 16.5 ตัน และส่งเข้าโรงงานที่รับซื้อเพื่อแปรรูป เป็นนมพร้อมดื่มขายให้ประชาชน ในเขตภาคเหนือและภาคกลาง การเลี้ยงโคนมขณะนี้ความต้องการของตลาดมีมากกว่าน้ำนมที่ผลิตได้ มีข้อจำกัดที่การส่งเสริมการเลี้ยงเนื่องจากการตลาดยังไม่เข้าระบบ ผู้เลี้ยงจะต้องเลี้ยงกันเป็นกลุ่มก้อน ต้องอยู่ใกล้แหล่งรับซื้อนมดิบ และต้องมีความอดทน ขยันขันแข็งสูง

     กระบือ เลี้ยงมากในพื้นที่อำเภอแม่ทา ลี้ และอำเภอเมืองลำพูน จากสถิติที่ผ่านมามีแนวโน้มลดลงเนื่องจากอัตราการบริโภค กระบือสูงกว่าการเกิดของกระบือ ทำให้มีราคาดีขึ้น

สุกร ส่วนใหญ่จะเลี้ยงอยู่ที่อำเภอแม่ทา อำเภอเมืองลำพูน และอำเภอบ้านธิ ผลผลิตทั้งลูกสุกรและสุกรขุน จะนำไปจำหน่ายในพื้นที่และนอกพื้นที่โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ เช่น เชียงใหม่ และลำปาง เป็นต้น

     ไก่ เลี้ยงมากในพื้นที่อำเภอป่าซาง อำเภอเมืองลำพูน และอำเภอแม่ทา เป็นการเลี้ยงแบบฟาร์มใหญ่ใช้บริโภคในจังหวัด และส่งขายจังหวัดใกล้เคียง สำหรับการเลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง มีการเลี้ยงเกือบทุกครัวเรือนเพื่อบริโภค และเสริมรายได้ให้ครอบครัว
สำหรับเกษตรกรรายย่อยในจังหวัดลำพูน ประกอบอาชีพการเลี้ยงสัตว์เป็นรายได้เสริม โดยเฉพาะโคเนื้อและไก่พื้นเมือง ซึ่งมีการเลี้ยงอยู่ทุกอำเภอ

     การประมง การเลี้ยงสัตว์น้ำของจังหวัดลำพูน มีพื้นที่การเลี้ยงประมาณ 2,213 ไร่ กระจายอยู่ทุกอำเภอ ส่วนใหญ่เลี้ยงในบ่อดินร่องสวนควบคู่ไปกับไม้ผล คือ ลำไย น้ำในบ่อหรือร่องสวนจะถูกนำไปใช้ในสวนลำไย ทำให้น้ำแห้งเร็ว ผลผลิตสัตว์น้ำจึงจับเร็วขึ้น ปลาโตไม่ได้ขนาดแต่ก็สามารถบริโภคในครอบครัว และจำหน่ายเป็นรายได้เสริม นอกจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ยังมีการประมงน้ำจืดจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ บริเวณแม่น้ำปิง แม่น้ำกวง แม่น้ำทา และแม่น้ำลี้ ซึ่งเป็นการเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่ง อำเภอที่มีการทำการประมงน้ำจืด ได้แก่ อำเภอแม่ทา อำเภอลี้ อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอเมืองลำพูน และอำเภอป่าซาง

 
ผู้ดูแล
Support with IE8 Support with Firefox 3.5 Support with Safari 4.0 Support with Chrome 3.0
ใช้เวลาโหลดหน้านี้ 0.230 วินาที
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการขนส่งสาธารณะใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ
กลุ่มท้องถิ่นและภูมิภาคศึกษา สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ : 053942568 โทรสาร : 053942572 E-Mail : srilocalcmu@gmail.com