:: รายการ ::
:: ย้อนกลับ ::
:: ไปข้างหน้า ::
:: admin ::
 
   
 
 
     
ประเพณี พิธีกรรม เกี่ยวกับแม่ญิงล้านนา


การรักษาครรภ์ ข้อห้ามและข้อปฏิบัติของแม่มาน


          ในระหว่างที่ตั้งท้องหญิงแม่มานต้องระวังเนื้อระวังตัวให้มาก เรื่องอาหารที่เคยชอบเปรี้ยวเค็ม เผ็ด ก็ต้องอดต้องงด จะเดิน จะนั่ง ขึ้นบันไดลงบันได ก็ยิ่งต้องระวังไม่ให้พลาดพลั้งตกลงมา เพราะอาจเป็นอันตรายแก่ตัวเองหรือลูกในท้องได้

          ลักษณะท้องโตของหญิงแม่มาน เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งที่ผู้คน มักนำมาทำนายลูกในท้องว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ถ้าท้องยื่น แหลมออกมา ทายว่าลูกจะเป็นผู้ชาย ถ้าลักษณะใหญ่แบน ทายว่าลูกในท้องจะเป็นหญิง

การฝากท้อง

          เมื่อตั้งท้องควรไปฝากท้องกับหมอตำแย ทางล้านนาเรียกหมอตำแยว่า "แม่ช่าง" หญิงแม่มานต้องไปติดต่อแม่ช่าง เพราะ บางครั้ง เวลาที่ทำงานเด็กอาจจะลงไปต่ำ ทำให้ผู้เป็นแม่อึดอัดก็ต้องไปหาแม่ช่างช่วยคดลูกให้ขึ้นสูง ยิ่งใกล้ถึงเวลาเกิดก็ยิ่งต้องไป ตรวจว่าเด็กที่อยู่ในท้องอยู่ในลักษณะท่าทางอย่างไร การตรวจของแม่ช่างยังเป็นการทำนายทายทักแต่จะค่อนไปทางเดามากกว่า เช่น ถ้าเด็กดิ้นแรงทางขวาทายว่า เด็กในท้องจะเป็นผู้ชาย ถ้าดิ้นแรงทางซ้ายทายว่าจะเป็นหญิง ก็เป็นไปตามคติที่เชื่อถือกัน โดยทั่วไปที่ว่าหญิงซ้ายชายขวา คือหญิงเป็นฝ่ายอ่อนแอ คือฝ่ายซ้ายโดยตลอด การไปฝากครรภ์กับแม่ช่างไม่ต้องเสียเงิน แต่ประการใด

ข้อควรปฏิบัติของแม่มาน

          ให้ทำงานออกกำลัง เช่น ตำข้าว ตักน้ำ ผ่าฟืน เป็นต้น หญิงแม่มานไม่ควรอยู่เฉยๆ การทำงานที่ออกกำลังทำโน่นทำนี่ จะทำให้ลูกในท้องหลวม จะได้เกิดง่าย

          ลอดท้องช้าง การที่ให้หญิงมีท้องได้ลอดท้องช้าง เชื่อกันว่าจะทำให้เกิดลูกง่าย และเด็กที่เกิดมาจะมีปัญญาเฉลียวฉลาด และเป็นคนเลี้ยงง่าย

ข้อห้ามของแม่มาน

          ห้ามลอดรั้ว การลอดรั้วจะทำให้เกิดยาก เมื่อวิเคราะห์แล้ว เหตุผลที่ห้าม คงเป็นเพราะว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนท้องโต ที่จะลอดรั้ว รั้วสมัยก่อนนอกจากเป็นราวแล้ว บางแห่งยังเป็นรั้วตาแสงมีต้นหนามต่างๆ ปลูกไว้ อาจจะทำให้เกิดอันตราย แก่หญิง แม่มานได้ อีกประการหนึ่งคงจะถือคติตามประวัติของพระองคุลีมาล ออกบิณฑบาต หญิงแม่มานมาตักบาตร เมื่อเห็นหน้าและจำได้ว่า เป็นองคุลีมาล ที่เคยเป็นโจรตัดนิ้วมือมาก่อน ก็ตกใจ จึงวิ่งมุดรั้ว ทำให้ท้องติดอยู่กับรั้ว จึงได้เกิดลูก ณ ที่นั้น

          ห้ามลอดแร้ววัวควาย แร้วทำด้วยไม้ไผ่ยาวหลายวา หมุนรอบตัวได้ ใช้สำหรับล่ามวัวควาย ห้ามแม่มานลอดแร้ว เชื่อว่าจะทำ ให้ลูกที่เกิดมาหลังโกงเหมือนการโก่งของแร้ว ที่จริงคงเป็นเพราะถ้าลอดในเวลา ที่กำลังผูกวัวควายอยู่ หากวัวควายตกใจ วิ่งชน แม่มานล้ม ก็จะเกิดอันตรายได้

           ห้ามผ่ามะพร้าว เชื่อว่าเมื่อหญิงแม่มานผ่ามะพร้าว จะทำให้ลูกที่เกิดมา มีหัวโตดั่งลูกมะพร้าว ที่ห้ามคงเป็นเพราะการผ่า มะพร้าวถ้าไม่ระวังอาจเกิดอุบัติเหตุจากแรงเหวี่ยงของมีดที่ผ่าแฉลบ ทำให้เกิดอันตรายได้


          ห้ามกินอาหารในหม้อขณะที่ยังไม่ได้ยกลงจากเตา เชื่อว่าจะทำให้เจ็บท้องคลอดเป็นเวลานาน ผุดลุกผุดนั่งเหมือนกับหม้อแกง ที่กำลังเดือด หรือลักษณะที่ หม้อแกงยังค้างคาเตาอยู่ จะทำให้ลูกเกิดยากค้างคาอยู่อย่างนั้น ที่จริงการกินอาหาร ในหม้อที่คาเตาอยู่ เป็นลักษณะของการกระทำที่ไม่ดีอยู่แล้ว แม้แต่คนทั่วไปก็ไม่ควรกิน ถือว่าขึด

          ห้ามผู้เป็นสามีขุดหลุมฝังเสา ตอกตะปู ในระหว่างที่ภรรยาตั้งท้องมานลูก สามีจะไปขุดหลุมฝังเสา เช่น ฝังเสาล้อมรั้วบ้านไม่ได้ หรือจะไปตอกตะปูสิ่งใดๆ ก็ไม่ได้ เชื่อว่าเด็กในท้องจะไม่ยอมออกจากท้องแม่โดยง่าย คงถือตามความหมายของคำที่ว่าฝังเสา ให้แน่นให้มั่น ตอกตะปูเป็นการติดแน่นยึดไว้ ขณะที่เจ็บท้องแต่ไม่ยอมเกิดง่ายๆ ผู้เฒ่าผู้แก่จะให้สามีนึกทบทวนดูว่า เคยไปฝังไป ตอกอะไรไว้บ้าง ถ้าเคยขุดเคยฝังก็ให้ไปรื้อออกให้หมด ถ้าเคยได้ตอกตะปูก็ให้ไปงัดออก

          ห้ามข้ามเชือกวัวเชือกควาย คงเป็นการห้ามข้ามเชือกเส้นที่กำลังใช้ผูกวัว ผูกควายอยู่ เป็นการมองเห็นโทษว่า ถ้าหากวัวควาย ดึงเชือกในจังหวะที่กำลังข้าม จะทำให้สะดุดหกล้มเป็นอันตรายแก่ลูกในท้องได้ คิดว่าคงไม่ใช่เชือกผูกวัวผูกควาย ที่ไม่อยู่ในระหว่าง ใช้งาน แต่คนในสมัยโบราณถ้าห้ามว่าไม่ดีแล้ว เขาจะไม่ยอมข้าม แม้กระทั่งเชือกที่วางไว้เฉยๆ

          ห้ามใช้ไม้สอย การใช้ไม้สอยพืชผักผลไม้ที่อยู่สูง เพราะเกรงว่าไม้ที่ใช้สอยนั้นจะหลุดร่วงลงมาถูกท้องได้ การสอยผักหรือ ผลไม้ที่สูงๆ มักจะใช้ไม้ต่อกันเป็น 2 ท่อน ถ้าผูกไม่ดี ไม้ท่อนบนจะร่วงลงมาเป็นอันตรายต่อหญิงแม่มาน

          ห้ามนอนหงาย เวลานอนให้หญิงแม่มานนอนตะแคงห้ามนอนหงาย ถ้านอนหงายเด็กจะดิ้นแรงทำให้ท้องแตก ความจริง ที่ห้ามนอนหงาย เนื่องจากหญิงแม่มานท้องโต ทำให้อึดอัด นอนไม่สบาย

          ห้ามจับถือยารักษาโรค ห้ามจับถือเครื่องยาทุกชนิด เชื่อว่าจะทำให้ยารักษาโรคเหล่านั้นหมดประสิทธิภาพ คุณไสยที่เสกเป่าใส่ ตัวยาไว้จะเสื่อมไป ใช้รักษาโรคต่างๆ ไม่ได้ผล

          ห้ามทักทายผู้อื่นที่กำลังไปทำมาหากิน การไปทำมาหากินในที่นี้ หมายถึง การไปหาปูหาปลา ไปค้าขาย ไปเพื่อการเสี่ยงโชค เป็นต้น ถ้าหญิงแม่มานไปทักทายเขาแล้ว จะทำให้คนเหล่านั้นไม่พอใจ เพราะเชื่อว่าเมื่อถูกหญิงแม่มานทักแล้ว จะทำให้ไปทำมา หากิน "แก๋น" (อับโชค) ถ้าไปค้าขายจะทำให้ค้าขายไม่ได้หรือไม่คล่อง ถ้าไปหาปลาตกปลาก็จะไม่ได้ปลาดังที่ได้ตั้งใจไว้ ความเชื่อนี้ คงจะลากเข้าไปหาคำว่า “แม่มาน” เป็น "แม่มาร" ที่คอยขัดขวางทุกอย่าง รวมทั้งขัดโชคขัดลาภด้วย

          ห้ามผูกข้อมือบ่าวสาว เมื่อมีงานมงคลที่เรียกกันว่า "กินแขกแต่งงาน" ห้ามแม่มานร่วมผูกข้อมือบ่าวสาวเด็ดขาด เชื่อกันว่าจะ ทำให้งานนั้นเสียความเป็นมงคล จะเกิดอุบาทว์แก่บ่าวสาวทั้ง 2 เป็นธรรมดาอยู่เองที่บ่าวสาวโดยเฉพาะสาว เมื่อได้เห็นแม่มาน อุ้มท้องอุ้ยอ้าย ย่อมเกิดความกลัวเป็นกังวล เพราะตัวเองยังไม่เคย แต่เมื่อแต่งงานแล้วก็จะต้องอุ้มท้องแบบนี้ อาจจะทำให้คิดมาก และไม่เป็นสุข หรือ เป็นเพราะคำว่าแม่มาน ถูกลากความหมายเป็น แม่มาร ที่ขัดขวางความสุข ก็ได้


          ห้ามข้ามไม้ที่จะใช้ปลูกบ้าน ห้ามแม่มานข้ามไม้ที่เตรียมไว้สำหรับปลูกเรือน ยิ่งเป็นไม้ที่จะต้องอยู่สูงอย่างเครื่องไม้หลังคา ก็ยิ่งไม่สมควร แม้แต่หญิงที่ไม่ตั้งท้อง ก็ไม่ให้ข้ามอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ท่านห้ามแม่มานข้ามไม้ที่จะนำไปปลูกเรือน แม้แต่ไม้ อย่างอื่นก็ไม่ควรข้ามด้วย เพราะแม่มานเวลาเดินข้ามสิ่งใดย่อมมองดูข้างล่างไม่ได้เต็มตา เนื่องจากท้องที่ใหญ่บังอยู่ ถ้าสะดุดหกล้มลง ย่อมจะทำให้เกิดอันตรายแก่ตัวเองและลูกในท้องได้

          ห้ามสร้างวัตถุใดเป็นการกุศล ห้ามแม่มานสร้างกุฎี วิหาร อุโบสถ สร้างบ่อน้ำ สร้างศาลา เป็นทาน และห้ามเป็นเจ้าภาพบวช พระบวชเณร จะทำให้เกิดความวิบัติ แก่ตัวเอง การสร้างสิ่งเหล่านี้เป็นทานในระหว่างที่กำลังตั้งท้อง ย่อมทำให้เกิดกังวลใจ สมัย โบราณถือว่าการสร้างสิ่งเหล่านี้เป็นงานใหญ่ ต้องใช้ความคิด และต้องเสียค่า ใช้จ่ายมาก ที่เรียกกันว่า "กินใหญ่ทานหลวง" แม่มาน ควรจะได้พักผ่อนทำใจให้สบาย ถ้าใจกังวลแล้ว ย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพและลูกในท้อง

          ห้ามไปเผาศพ ที่ห้ามหญิงท้องมานไปเผาศพคงจะเกรงว่า เมื่อไปเห็นสภาพของศพแล้วทำให้คิดมาก เสียขวัญ แม้บรรยากาศ ในการส่งศพเผาศพก็มีแต่ความเศร้าโศกเสียใจ จึงไม่เป็นมงคลสำหรับหญิงแม่มานและลูกในท้องด้วย


          ห้ามไปดูคนอื่นเกิดลูก กลัวว่าเด็กจะอายกันไม่กล้าที่จะออกมา ในล้านนาบอกว่าเด็กจะเกี่ยงงอนกันออกก่อน เหตุผลที่ห้าม คงเพราะกลัวว่าหญิงมีท้องจะไปเห็นอาการเจ็บปวด ความลำบากในการเกิดลูก ทำให้เกิดความกลัวในเวลาที่ตัวเองจะคลอด

          ห้ามเย็บปากหมอนปากที่นอน หมอนหรือที่นอนที่ยัดนุ่นไว้ จะมีช่องหรือปากสำหรับยัดนุ่นเมื่อนุ่นเต็มแล้วก็เย็บปิดป้อง กันนุ่นหลุดไหลออกมา เมื่อหญิงมีท้องเป็นคนเย็บปิด จะเป็นการปิดช่องปิดรูทำให้เกิดยาก ต้องทรมานมาก

          ห้ามยืนคาประตูคาบันได จะทำให้เกิดยาก ค้างคาอยู่ไม่ยอมออกมาง่ายๆ เหตุผลที่ห้าม เนื่องจากประตูเป็นทางเข้าออก ก็จะเป็นที่กีดขวางเวลาคนอื่น อาจถูกชนได้ง่าย ถ้าเป็นบันไดก็อาจทำให้พลัดตกเป็นอันตรายแก่เด็กในท้อง

          ห้ามบิดผ้า เมื่อซักผ้าห้ามบิดผ้า เมื่อซักแล้วก็ให้ตากทั้งเปียกน้ำอย่างนั้น ถ้าบิดผ้าจะทำให้เด็กที่จะเกิดมาปากเบี้ยวตาเหล่ ที่ห้ามบิดผ้าคงเป็นเพราะต้องใช้กำลังโดยเฉพาะผ้าที่มีน้ำหนักมาก เช่นผ้าปูที่นอน ในสมัยโบราณใช้ผ้าทอมือ ซึ่งหนาและหนัก เวลาเปียกน้ำ ทำให้บิดลำบาก

          ห้ามหันหลังผิงไฟ หญิงมีท้องห้ามหันหลังผิงไฟ ถ้าจะผิงก็ให้หันหน้าเข้าเพราะเชื่อว่าจะทำให้ลูกติด รกติด ทำให้เกิดยาก รกก็ออกช้าหรือออกยาก คงเป็นเพราะว่ากลัวแม่มานจะพลาดพลั้งล้มใส่กองไฟเป็นอันตรายมากกว่า

          ห้ามนุ่งผ้าอาบน้ำ จะทำให้มีน้ำมากในเวลาคลอด จึงให้หญิงแม่มานแก้ผ้า อาบน้ำ และเวลาที่อาบน้ำก็ต้องเป็นหลังจากตะวัน ตกดินแล้ว คือในเวลาที่เรียกกันว่า "ดาวออกพร้อม" เหตุผลที่ให้หญิงมีท้องแก้ผ้าอาบน้ำในเวลาค่ำมืด คงเพราะในสมัยก่อนห้อง อาบน้ำไม่มี จะตักน้ำจากบ่อขึ้นมาอาบในที่โล่งแจ้ง การที่จะให้หญิงแก้ผ้าอาบน้ำในเวลาที่ยังไม่มืดนั้นคงไม่เหมาะสม การอาบน้ำ ของหญิงแม่มานนี้ ตรงกันข้ามกับทางภาคกลาง ซึ่งพระยาอนุมานราชธนเขียนไว้ในหนังสือการเกิดของท่านว่า ห้ามหญิงมีครรภ์ อาบน้ำหรือลูบตัวในเวลากลางคืน คติของญวนก็ห้ามหญิงแม่มานอาบน้ำในเวลากลางคืนเหมือนกัน แต่ไม่ได้บอกเหตุผลไว้

          ห้ามดูสุริยะคราส หรือจันทรคราส โดยเฉพาะเมื่อเกิดจันทรุปราคา ทางเหนือเรียก "เดือนทือกัน" คือราหูอมจันทร์ นั่นเอง ถ้าแม่มานหรือคนมีท้องจะดูก็ดูได้ แต่ให้ออกจากนอกชายคาแล้วจึงดู ถ้ายังอยู่ใต้ชายคามองดู เชื่อว่าเด็กที่เกิดมาจะตาเข หรือ ตาเหล่

อาหารที่ห้ามแม่มานกิน

          ห้ามกินของร้อนของเผ็ด เพราะคนในสมัยก่อนเชื่อว่าอาหารที่แม่กินหรือดื่มเข้าไป จะไปรดหัวเด็กในท้องให้ร้อน แต่ตาม เหตุผล อาหารทุกอย่างที่แม่กินเข้าไป ลูกในท้องจะได้รับหมด อาหารร้อนและเผ็ดจึงไม่เป็นผลดีต่อทารก

          ห้ามกินข้าวอิ่มทีหลังผู้อื่น จะทำให้เกิดยาก ที่จริงคงกลัวว่าหญิงแม่มานจะกินอาหารมากเกินไปทำให้อึดอัดไม่สบาย และอ้วน เกินไปทำให้คลอดยาก เลยให้กิน แต่พอดี แล้วให้ลุกจากวงข้าวไปเสีย หลังจากที่คนอื่นกินอิ่มหมดแล้ว หากรู้สึกหิวจึงค่อยมากินที หลังอีกทีได้ ไม่เป็นไร

          หัวปลี ห้ามแม่มานกินปลีกล้วยหรือดอกกล้วย ซึ่งคนล้านนาชอบนำมาแกง นำมาต้มจิ้มน้ำพริก และทำห่อหมก เพราะเชื่อว่า รกจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างให้มีลักษณะเหมือนดั่งปลีกล้วย คือมีปลายแหลม เมื่อเกิดลูก รกจะไม่ยอมออกและจะบินขึ้นข้างบนไปปิด ลิ้นหัวใจ ทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิต


          ผักที่เป็นเครือเถา เช่น ผักตำลึง มะระ ยอดฟักทอง เป็นต้น ยกเว้นผักปั๋ง (ผักปลัง) เชื่อว่าผักที่เป็นเครือเถาทั้งหลายมีมือ (เถา) ที่ยึดติดไม้แน่นโยงใย เมื่อแม่มานกินจะทำให้เกิดลูกยาก ติดแน่นอยู่ในท้องไม่ยอมออกโดยง่าย หากต้องกินผักพวกนี้ ต้องเด็ดมือของผักเหล่านี้ออกให้หมดเสียก่อน


          หอย ห้ามแม่มานกินอาหารประเภทหอยทุกชนิด เชื่อว่าจะทำให้คลอดยากเหมือนกับหอยที่ติดอยู่ในเปลือก และจะทำให้มีกลิ่น คาวมากในเวลาคลอด เด็กจะไม่ค่อยสบาย มีโรคเบียดเบียน

          เนื้อวัว คนล้านนาถือว่าเนื้อวัวเป็นเนื้อที่แสลงโรคหลายชนิด หมอพื้นบ้าน จึงห้ามคนที่เป็นโรคเหล่านั้นกินเนื้อวัว แม่มานก็ เช่นเดียวกันห้ามกินเนื้อวัว เพราะ เชื่อว่าเวลาคลอดจะทำให้เกิดไขมันมาก เนื้อตัวทารกที่เกิดใหม่จะเต็มไปด้วยไขมัน ล้างออกยาก

          กล้วยใต้ หรือกล้วยน้ำว้า เป็นกล้วยที่ให้คุณค่าทางอาหารมาก แต่ก็ห้ามแม่มานกิน เพราะจะทำให้เด็กที่อยู่ในท้องอ้วนท้วน สมบูรณ์มากไป ทำให้คลอดยาก คนในสมัยก่อน ถ้าทำให้เด็กตัวเล็กมากเท่าใดยิ่งดี คงถือเอาการเกิดง่ายเป็นหลัก เป็นความ จำเป็น อย่างหนึ่งเพราะไม่มีแพทย์และเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยเหมือนปัจจุบัน ถ้าปล่อยให้เด็กอ้วนจนคลอดออกมาไม่ได้ จะสร้างความ ยุ่งยากให้แม่ช่างผู้ทำคลอด และเป็นอันตรายถึงชีวิตทั้งแม่และลูก ปัจจุบันนี้ถ้าทารกอ้วนมากไม่สามารถคลอดตามธรรมชาติได้ แพทย์จะทำการผ่าตัดให้ จึงไม่เป็นอันตราย


          ผักแว่น ขึ้นทั่วไปตามทุ่งนา มีรากและต้นยาวลงไปในโคลนและลอยอยู่ในน้ำ คนล้านนานิยมนำทั้งต้นมาจิ้มน้ำพริกปลา และเอาเฉพาะส่วนใบแกงใส่ปลาเผา ห้ามแม่มานกินผักแว่น เชื่อว่าทำให้เกิดลูกยาก เหมือนกับรากผักแว่นที่ยึดติดกับโคลน

          มะเขือพวง คนล้านนาเรียกมะเขือพวงว่า "บ่าแคว้งกุลวา" ห้ามแม่มานกินมะเขือพวง ทำให้เกิดอาการคันที่หน้าท้อง เมื่อเกามากๆ เข้าจะทำให้เป็นแผล

          เห็ดแดง เป็นเห็ดป่าชนิดหนึ่ง เมื่อนำมาแกงจะมียางลื่นมาก ต้องใส่ส้มมะนาวหรือมะขามด้วยจึงจะหายยาง ห้ามแม่มาน กินเห็ดแดง เพราะเชื่อว่าลูกเกิดมาจะเป็นโรคเรื้อน

          ไข่ต่อ ไข่แตน นำมาห่อใบตองปิ้งไฟให้สุก หรือนำมาใส่ไห นึ่งไฟ กินกับน้ำพริกแดง ห้ามแม่มานกินไข่ต่อไข่แตน เชื่อว่าจะทำให้เด็กที่เกิดมาเมื่อโตขึ้นอยู่ในวัยกำลังซน จะเป็นคนชอบกัด หรือชกต่อยผู้อื่น และเป็นคนที่มีนิสัยดุร้าย

          ผลไม้แฝด ผลไม้แฝดติดกัน ที่เห็นเป็นประจำก็มีจำพวกกล้วย มะปราง ห้ามแม่มานกิน เชื่อว่าจะทำให้มีลูกแฝด

          ไข่ด้าน คนล้านนาเรียกว่าไข่ร่วน คือไข่ที่แม่ไก่ฟักแล้วไม่ออกเป็นตัว หรือเรียกว่าไข่ค้างรัง ห้ามแม่มานนำมาต้มกิน เชื่อว่าจะทำให้เด็กที่เกิดมาเป็นคนดื้อด้าน ว่ายากสอนยากไม่อยู่ถ้อยฟังคำของพ่อแม่

          ไส้ปลา ห้ามแม่มานกินไส้ปลาทุกชนิด เชื่อว่าจะทำให้เอ็น หรือเส้นเลือดขอดลักษณะเป็นดั่งไส้ปลานั้น โดยเฉพาะที่บริเวณ ขาและน่อง

อาหารที่แม่มานควรกิน

          แกงผักปั๋ง (ผักปลัง) ผักปั๋งเป็นผักที่มียางหรือเมือกลื่น ใช้ทำแกงได้โดยโขลกพริกและใส่มะขามหรือมะนาวด้วย หรือจะเจียว ผักปั๋งไม่ใส่พริกแต่ใช้พริกสดเผาใส่ลงไปด้วย เชื่อว่าถ้าให้แม่มานกินแกงผักปั๋งทุกวันเดือนดับเดือนเต็ม จะทำให้เกิดลูกง่าย ทำให้ลื่นไหลเหมือนกับผักปั๋ง

          แกงหยวก หยวกคือต้นกล้วยหรือหน่อกล้วย นำมาแกะเอาเฉพาะข้างใน ตัดเป็นท่อนยาวขนาด 1 นิ้ว แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ แกงใส่ไก่หรือเนื้อ ให้หญิงแม่มานกินบ่อยๆ จะทำให้ลูกที่เกิดมามีผิวพรรณขาวนวลเหมือนดังหยวกกล้วย

          มะพร้าวอ่อน เชื่อว่าถ้าแม่มานได้ดื่มน้ำมะพร้าวอ่อนรวมทั้งกินเนื้อมะพร้าวด้วย อย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง จะทำให้เด็กที่ เกิดมามีผิวพรรณสะอาด เวลาเกิดจะมีไขมันน้อย

วัตถุที่ทำให้เกิดความมั่นใจแก่ตัวเอง

          ภัยอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับหญิงมีครรภ์มีมากทีเดียว โดยเฉพาะภัยที่เกี่ยว ข้องกับผี ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสิ่งของ วัตถุสำหรับป้องกันตัว เช่น

          ยันต์ หรือตะกรุด ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีประสบการณ์ จะหาไว้ให้พร้อมทุกอย่าง มีทั้งยันต์แขวนคอ ยันต์กลัดติดเสื้อเพื่อให้เกิด ความอุ่นใจ นอกจากยันต์ป้องกันผีมารบกวนที่ควรมีไว้แล้ว ยังมียันต์แช่น้ำอาบเพื่อให้คลาดแคล้ว ให้เกิดลูกง่าย ยันต์นี้หลังจาก ที่อาบน้ำเสร็จแล้วจะไม่ทิ้งไว้เปล่าดาย จะเก็บขึ้นหิ้งไว้ใช้ในวันต่อไป จะอาบน้ำทีไรก็นำลงมาแช่อาบอีก ยิ่งบ่อยก็ยิ่งดี

          ดอกไม้อุโบสถ ขอจากพระในวันที่ลงปาติโมกข์ คือวันขึ้น 15 ค่ำแรม 15 ค่ำ เมื่อพระสงฆ์เสร็จจากสังฆกรรมแล้ว ต่างองค์ก็ต่าง ถือดอกไม้จากอุโบสถกลับวัด หญิงมีครรภ์ก็จะไปขอดอกไม้นี้มาแช่อาบ ถือว่าทำให้คลอดง่าย และลูกในท้องจะมีผิวพรรณวรรณะดี มีสง่าราศี

          บ่วงเครือผักปั๋ง ใช้เครือผักปั๋งมาพันเกี้ยวกัน ทำให้เป็นบ่วงขนาดที่หญิงแม่มานลอดได้ เอาบ่วงผักปั๋งนี้แช่น้ำอาบใน วันเดือนดับเดือนเต็ม หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วให้นำบ่วงผักปั๋งนั้นสวมหัวลงให้ผ่านจนถึงเท้า จะทำให้คลอดง่ายไม่มีติดขัด การที่ให้ทำแบบนี้ก็เป็น เพราะต้องการให้กำลังใจแก่หญิงแม่มาน ทำให้จิตใจสบายไม่กังวลกลัวเจ็บในเวลาที่จะคลอด

สมุนไพรที่ทำให้คลอดง่าย

          ใช้หญ้าลูบลีบ(โคกกระออม) และหญ้าจิยอบ(ไมยราบ) มาแช่อาบ เพื่อทำให้ลูกในท้องเหี่ยวไม่อ้วน ไม่เหมือนกับปัจจุบัน ที่ต้องการให้ลูกอ้วน คลอดออกมามีน้ำหนักมากยิ่งดี เมื่อก่อนนั้นยิ่งเล็กยิ่งเหี่ยวยิ่งดี เห็นจะเป็นเพราะต้องการให้คลอดง่าย อันเป็นที่ปรารถนาของผู้หญิงทั่วไป อีกอย่างหนึ่งให้ใช้หมาก 1 คำ พลู 1 ใบ ไปพลีเอาเปลือกงิ้วโดยใช้มีดถากขึ้นครั้งหนึ่งถากลง ครั้งหนึ่ง หญ้าจิยอบ ส้มป่อย แช่อาบในวันเดือนดับเดือนเต็ม เพื่อทำให้คลอดง่าย

หญ้าลูบลีบ (โคกกระออม)


   
สงวนลิขสิทธิ์ 2547 โดย สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
Social Research Institute Chiang Mai University© All Rights Reserved

contact webmaster : webmaster@maeyinglanna.com