<<< ปิดเมนู >>>
:: รายการ ::
:: ย้อนกลับ ::
:: ไปข้างหน้า ::
:: admin ::
 
   
 
 
     
เจ้าทิพวรรณ ณ เชียงตุง
ผู้สานสัมพันธ์สองนครรัฐ

เจ้าทิพวรรณ ณ เชียงตุง เป็นธิดาของเจ้าไชยสงคราม (เจ้าน้อยเบี้ย ณ ลำปาง) กับเจ้าหญิงฝนห่าแก้ว ณ ลำปาง พระธิดามหาอำมาตย์โท พลตรีเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิต เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้าย กับแม่เจ้าเมืองชื่น ณ ลำปาง ประสูติเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ.2446 ณ คุ้มหลวงของ เจ้าบุญวาทย์ฯ มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน
เนื่องจากเจ้าทิพวรรณกำพร้าบิดามารดาตั้งแต่วัยเยาว์ ดังนั้นจึงได้รับการเลี้ยงดูจากเจ้าตา คือ เจ้าบุญวาทย์ฯ และให้การศึกษาอบรมเป็นอย่างดีร่วมกับพระราชวงศ์องค์อื่นๆ ภายในคุ้มหลวงนั้น


เจ้าบุญวาทย์ฯ

เมื่อเจ้าทิพวรรณอายุได้ 17 ปี ก็ได้พบรักกับเจ้าฟ้าพรหมลือ ราชบุตรของเจ้าฟ้ารัตนะก้อนแก้วอินแถลง เจ้าผู้ครองนครเชียงตุง ซึ่งได้เดินทางมาเยือนนครลำปาง และได้รับการต้อนรับอย่างสมพระเกียรติจากเจ้าผู้ครองนครลำปาง แต่การที่เจ้าต่างนครจะอภิเษกสมรสกันได้ จะต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสียก่อน และเนื่องจากขณะนั้นเชียงตุงอยู่ในบังคับของอังกฤษ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงเกรงว่าจะมีปัญหาระหว่างประเทศได้ จึงไม่ทรงอนุญาต แต่ต่อมาก็ได้มีการหมั้นกันไว้ก่อน จนกระทั่ง พ.ศ.2465 เมื่อเจ้าบุญวาทย์ฯ ถึงแก่พิราลัย เจ้าฟ้าพรหมลือได้เดินทางมาเคารพพระศพ และถือโอกาสนี้เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับเจ้าทิพวรรณ จากนั้นทั้งสองพระองค์ก็ได้เดินทางกลับนครเชียงตุง
ต่อมาไม่นานเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในนครเชียงตุง ทำให้เจ้าฟ้าพรหมลือถูกส่งตัวไปช่วยราชการที่เมืองตองกี และเมื่อเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพาขึ้นก็ถูกส่งไปควบคุมตัวที่เมือง โหม่วหยั่ว แต่ภายหลังเจ้าฟ้าพรหมลือก็ได้พาครอบครัวหนีการควบคุมของอังกฤษเข้าหาฝ่ายไทย ที่ตำบลท่าก้อ ซึ่งรัฐบาลไทยได้ให้การต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ และเมื่อรัฐบาลประกาศให้รวมแคว้นสหรัฐไทยเดิมเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรไทย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเจ้าฟ้าพรหมลือเป็นเจ้านครเชียงตุง และให้เป็นผู้ช่วยข้าหลวงปกครองฝ่ายทหาร ช่วยราชการสนามนครเชียงตุงด้วย ซึ่งท่านก็ได้สนับสนุนและช่วยเหลือกองทัพไทยอย่างมากมาย

 


เมื่อสงครามสิ้นสุดลง เจ้าฟ้าพรหมลือได้อพยพครอบครัวเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 โดยพำนักที่จังหวัดลำปางก่อน จากนั้นจึงได้ย้ายมาอยู่ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2488
หลังจากเจ้าฟ้าพรหมลือถึงแก่พิราลัย เมื่อ พ.ศ.2498 เจ้าทิพวรรณ ได้ประกอบอาชีพทำไม้สัก และโรงเลื่อย โดยได้รับสัมปทานป่าไม้จากรัฐบาล
ตลอดชีวิตของเจ้าทิพวรรณ ได้บำเพ็ญประโยชน์มากมาย เช่น
ด้านศาสนา ได้สร้างถาวรวัตถุ อาทิ เครื่องทรงพระแก้วมรกตองค์ที่ประดิษฐานในพระวิหารวัดพระธาตุลำปางหลวง บูรณะฉัตรประจำทิศตะวันออกขององค์พระธาตุฯ 1 คัน และสร้างพระประธานองค์ใหญ่ไว้กับวัดพระธาตุฯ
ด้านสังคม เคยดำรงตำแหน่งนายกเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีศรีลานนาไทยคนแรก และร่วมงานอื่นๆ ในโอกาสต่างๆ

 
วัดพระธาตุลำปางหลวง
 
พระประธานในวิหารหลวง วัดพระธาตุลำปางหลวง

เจ้าทิพวรรณ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายใน ชั้นที่ 3 ต.จ. “ตติยจุลจอมเกล้า” ท่านมีบุตรธิดา รวม 7 คน และเมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2532 ท่านได้เสียชีวิต ณ บ้านพักสี่แยกกลางเวียง ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง เชียงใหม่ รวมอายุได้ 86 ปี



บ้านพักที่สี่แยกกลางเวียง ถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง เชียงใหม่

   
สงวนลิขสิทธิ์ 2547 โดย สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
239 ถนนห้วยแก้ว ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200
Social Research Institute Chiang Mai University© All Rights Reserved

contact webmaster : webmaster@maeyinglanna.com